ถ้าได้รับหมายเรียกจากตำรวจ ควรมีทนายก่อนไปพบพนักงานสอบสวนไหม

การได้รับหมายเรียกจากตำรวจให้ไปพบพนักงานสอบสวนทำให้หลายคนกังวลว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เมื่อต้องเผชิญข้อกล่าวหาอาญา การเตรียมตัวและตัดสินใจว่า จะ หาทนายความ อาญา ไว้ก่อนไปพบหรือไปคนเดียว เป็นทางเลือกที่ส่งผลต่อรูปคดีตั้งแต่ต้น บทความนี้จะเทียบสองทางเลือกให้เห็นภาพชัดขึ้น
การไปพบพนักงานสอบสวนไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไป แต่การเข้าใจสิทธิของตัวเองจะช่วยให้ตอบคำถามได้อย่างมีสติ และไม่เผลอให้ถ้อยคำที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองในภายหลัง
หมายเรียกจากตำรวจกับหมายจับ ต่างกันตรงไหน?
สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน หมายเรียกคือการที่พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหามาพบตามวันเวลาเพื่อสอบปากคำ ส่วนหมายจับคือคำสั่งของศาลให้จับกุมตัวผู้ต้องหามาควบคุม การได้รับหมายเรียกจึงยังไม่ใช่การถูกจับ และยังมีโอกาสเตรียมตัวก่อนไปพบ
คนที่ได้รับหมายเรียกจึงควรอ่านรายละเอียดในหมายให้ดีว่า นัดวันไหน เวลาใด สถานที่ใด และข้อกล่าวหาเบื้องต้นคืออะไร หากไม่ไปตามนัดโดยไม่มีเหตุผล พนักงานสอบสวนอาจขอศาลออกหมายจับได้ ซึ่งทำให้สถานการณ์ยุ่งยากขึ้น
ถ้าไปพบพนักงานสอบสวนคนเดียวจะเป็นอย่างไร?
การไปคนเดียวทำได้ตามกฎหมาย และมีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกทางนี้เพราะยังไม่รู้จักทนายหรือกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ข้อเสียคือผู้ต้องหาอาจไม่ทราบว่าคำถามใดควรตอบหรือไม่ควรตอบ และอาจให้ถ้อยคำที่พาดพิงตัวเองโดยไม่ตั้งใจ
การสอบปากคำในชั้นนี้เปรียบเสมือนการบันทึกเรื่องราวครั้งแรกที่อาจถูกใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล ถ้าถ้อยคำไม่รอบคอบ การแก้ไขภายหลังย่อมทำได้ยากกว่าการเตรียมตัวตั้งแต่ต้น
ทนายความเข้าฟังการสอบปากคำได้จริงหรือไม่?
ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ผู้ต้องหามีสิทธิพบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำในชั้นสอบสวนได้ สิทธิข้อนี้ใช้ได้แม้ในกรณีที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานที่ของพนักงานสอบสวน
หน้าที่ของทนายในห้องสอบปากคำไม่ใช่การตอบแทนผู้ต้องหา แต่เป็นการรับฟัง จดบันทึก และทักท้วงหากคำถามหรือถ้อยคำที่บันทึกไม่ตรงกับที่ผู้ต้องหาให้การ การมีทนายอยู่ข้างๆ จึงช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากความตื่นเต้นได้มาก
ผู้ต้องหามีสิทธิไม่ให้การจริงหรือไม่?
การไม่ให้การเป็นสิทธิที่กฎหมายรองรับ ผู้ต้องหาจะเลือกให้การก็ได้ หรือจะเลือกให้การบางช่วงและขอให้การส่วนที่เหลือในภายหลังหลังปรึกษาทนายก็ได้ การใช้สิทธินี้ไม่ถือเป็นการยอมรับผิด และไม่ใช่การขัดขืนเจ้าพนักงาน
อย่างไรก็ดี การไม่ให้การทุกคำถามโดยไม่มีคำอธิบายอาจทำให้พนักงานสอบสวนต้องหาพยานหลักฐานอื่นมาประกอบสำนวน ซึ่งบางครั้งอาจไม่ได้เป็นผลดีต่อผู้ต้องหา การปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า
คดีแบบไหนที่พนักงานสอบสวนต้องจัดทนายให้?
ตามที่กฎหมายกำหนด ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือกรณีที่ผู้ต้องหามีอายุไม่เกินสิบแปดปี พนักงานสอบสวนต้องถามว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีจะต้องจัดหาให้ ส่วนคดีที่มีอัตราโทษจำคุก หากผู้ต้องหาไม่มีทนายและประสงค์จะมี รัฐจะจัดหาให้ด้วย
ผู้ต้องหาในคดีทั่วไปที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขดังกล่าวยังมีสิทธิจัดหาทนายเอง หรือขอคำปรึกษาเบื้องต้นจากหน่วยงานที่ให้บริการช่วยเหลือทางกฎหมายก่อนตัดสินใจว่าจะให้ทนายเข้ามาในขั้นตอนใด
ก่อนไปตามหมายเรียก ควรเตรียมอะไรไปบ้าง?
สิ่งที่ควรเตรียมคือสำเนาหมายเรียก บัตรประชาชน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถูกกล่าวหา เช่น สัญญา ข้อความสนทนา หรือหลักฐานการชำระเงิน หากมีทนาย การนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทนายฟังก่อนถึงวันสอบปากคำจะช่วยให้วางแนวคำให้การได้ชัดเจน
การจดบันทึกสั้นๆ ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไร ใครอยู่ตรงนั้น และผู้ต้องหาเกี่ยวข้องอย่างไร จะช่วยให้การให้การเป็นระบบและลดการตอบคำถามซ้ำเติมตัวเองโดยไม่ตั้งใจ การเตรียมตัวแบบนี้ยังใช้ได้ทั้งกรณีมีทนายและไม่มีทนาย
ถ้ายังไม่มีทนาย จะเริ่มหาจากตรงไหน?
ช่องทางที่คนทั่วไปเข้าถึงได้คือ สายด่วนปรึกษากฎหมายของสภาทนายความ หมายเลข 1167 ซึ่งให้คำปรึกษาเบื้องต้นได้ก่อนตัดสินใจว่า จำเป็นต้องมีทนายเข้าฟังการสอบปากคำหรือไม่ หรือสามารถติดต่อผ่าน ทีมทนายดี เพื่อพูดคุยรายละเอียดของเรื่องที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน
การเลือกทนายสำหรับคดีอาญาควรดูจากประสบการณ์ด้านคดีอาญาโดยตรง ความชัดเจนในการอธิบายขั้นตอน และการไม่ให้สัญญาว่าคดีจะจบอย่างไร เพราะผลของคดีขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและดุลพินิจของศาล ไม่มีใครรับประกันผลล่วงหน้าได้
ถ้าไม่มีเงินจ้างทนาย จะทำอย่างไรได้บ้าง?
ตามที่กฎหมายกำหนด คู่ความที่ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลสามารถยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลชั้นต้นได้ พร้อมกับคำฟ้องหรือคำให้การ หรือยื่นในเวลาใดก็ได้หากตกเป็นผู้ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมในภายหลัง ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของศาลลงได้
นอกจากนี้ยังมีช่องทางขอคำปรึกษาเบื้องต้นจากหน่วยงานของรัฐและสภาทนายความ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าจ้างว่าความ การสอบถามก่อนว่าจะมีทางช่วยเหลือใดได้บ้างเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาและไม่เสียหาย
การดำเนินคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ช่วยเรื่องการมีทนายไหม?
ตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความร้องขอ ศาลอาจกำหนดให้ดำเนินกระบวนพิจารณาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยคำนึงถึงความสะดวกและประหยัดสำหรับคู่ความที่ยังเข้าถึงเทคโนโลยีไม่ได้ และการนั่งพิจารณาหรือเบิกความพยานทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่ทำให้สิทธิต่อสู้คดีลดน้อยลง
แม้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้การประสานงานกับทนายสะดวกขึ้น แต่การเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จะถูกปฏิเสธเป็นพยานเพียงเพราะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ ผู้ต้องหาที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีควรแจ้งความต้องการต่อศาลหรือทนายตั้งแต่ต้น
คำถามที่พบบ่อย หมายเรียกตำรวจและทนายความอาญา
ไม่ไปตามหมายเรียกจะมีผลอย่างไร?
การไม่ไปตามนัดโดยไม่มีเหตุผลอันควรอาจทำให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับได้ และทำให้เสียโอกาสในการให้การในชั้นสอบปากคำ หากมีเหตุจำเป็นควรแจ้งล่วงหน้าผ่านทนายหรือผู้ที่สามารถติดต่อได้
ทนายต้องเป็นคนที่รู้จักตำรวจหรือไม่?
ไม่จำเป็น ความสามารถในการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาขึ้นอยู่กับความรู้ในขั้นตอนกฎหมายและการเตรียมสำนวน ไม่ใช่ความสนิทสนมกับเจ้าพนักงาน การอ้างว่ารู้จักผู้มีอำนาจจึงเป็นสิ่งที่ควรระวัง
ทนายเปิดเผยเรื่องที่เราปรึกษาได้ไหม?
ตามมรรยาททนายความ ทนายต้องไม่เปิดเผยความลับของลูกความที่รู้มาในหน้าที่ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากลูกความหรือโดยอำนาจศาล ผู้ต้องหาจึงสามารถเล่ารายละเอียดได้อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ทนายวางแนวป้องกันได้ถูกต้อง
ทนายทำอะไรแทนเราได้บ้างในชั้นสอบสวน?
ทนายเข้าไปในฐานะผู้ให้คำปรึกษาและผู้ฟังการสอบปากคำ ทนายยื่นคำร้องหรือขอตรวจเอกสารในสำนวนได้ตามขั้นตอน แต่การให้การยังเป็นเรื่องของผู้ต้องหาเอง ทนายไม่สามารถตอบแทนได้
เริ่มหาทนายก่อนไปพบพนักงานสอบสวนได้กี่วัน?
เริ่มได้ทันทีที่ได้รับหมาย เพราะการนัดคุยกับทนายเพื่อเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดต้องใช้เวลาเตรียมเอกสารและวางแนวคำให้การ ไม่มีกำหนดตายตัวว่าต้องกี่วัน แต่ควรเผื่อเวลาไว้ก่อนถึงวันนัดตามหมาย
ถ้าถูกสอบปากคำไปแล้ว ยังปรึกษาทนายได้ไหม?
ได้ การปรึกษาทนายภายหลังการสอบปากคำยังมีประโยชน์ในการตรวจสอบว่าถ้อยคำที่บันทึกไว้ตรงกับที่ให้การหรือไม่ และช่วยวางแนวทางในขั้นตอนต่อไป เช่น การให้การเพิ่มเติมหรือการยื่นคำร้องที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนและสิทธิเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะกรณี เนื่องจากแต่ละคดีมีข้อเท็จจริงต่างกัน ผู้ที่ได้รับหมายเรียกหรือถูกดำเนินคดีอาญาควรปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะกับเรื่องของตนเอง